4/26/2554

เรื่้องที่ 24 "ไหว้สวย"..เป็นอัตลักษณ์ได้หรือไม่


       เมื่อวันที่ 25 เมษายน 2554 ได้ไปบรรยายเรื่อง "การกำหนดเกณฑ์การประเมินภายในสถานศึกษา" ให้แก่ผู้บริหารและครูแกนนำของโรงเรียนเอกชนจำนวนหนึ่งในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ที่โรงแรมอุบลบุรี รีสอร์ท จังหวัดอุบลราชธานี เมื่อจบการบรรยาย อาจารย์ท่านหนึ่งได้เดินมาพบผมที่หน้าห้องบรรยาย แล้วถามว่า "โรงเรียนดิฉันให้ความสำคัญกับเรื่อง การไหว้แบบไทย  มาก  ถ้าจะกำหนดให้ การไหว้แบบไทย หรือ ไหว้สวย เป็นอัตลักษณ์ของโรงเรียนได้หรือไม่?" ..วันนี้ เราลองพิจารณาเรื่องนี้กันดีไหมครับ



        ในสภาพที่เป็นจริง ไม่น่าจะมีข้อกำหนดว่า อะไรเป็นอัตลักษณ์ได้หรือไม่ได้  บางคนมาประชุมสายเป็นประจำ "ทะเร่อทะร่าเข้าห้องประชุม" หลังจากเริ่มประชุมไปแล้วเสมอ  จนกลายเป็นลักษณะประจำตัวที่เรียกว่าอัตลักษณ์ก็ได้  "ทะเร่อทะร่าเข้าห้องประชุม...คือเขาล่ะ"  หรือ ในกรณีของสภาผู้แทนราษฎร์ของไทยที่มีการล่มบ่อยมากอันเนื่องจากสมาชิกไม่มาประชุม มีคนบอกว่า "นี่เป็นอัตลักษณ์ของสภาไทย" เผลอ ๆ "เป็นเอกลักษณ์" ด้วยซ้ำ เพราะเป็นหนึ่งเดียวในโลก....จากกรณีต่าง ๆ เหล่านี้ จึงน่าจะสรุปได้ว่า อัตลักษณ์นั้น อาจจะเป็นอะไรก็ได้ แต่ในกรณีที่เราเลือกอัตลักษณ์สำหรับโรงเรียนหรือ "สิ่งที่ต้องการให้เกิดในตัวผู้เรียนที่เป็นลักษณะเฉพาะของโรงเรียนเรา"  "ควรมีหลักเกณฑ์ในการเลือก" กระมัง

        ผมคิดว่า ในการเลือก "อัตลักษณ์ ของสถานศึกษา" ควรพิจารณาหรือคำนึงถึงหลักเกณฑ์ในแง่มุมต่อไปนี้

        1) เป็นสิ่งที่ปรากฏอยู่ในปรัชญา ปณิธาน หรือ วิสัยทัศน์ ของโรงเรียน.. "ปรัชญา ปณิธาน คำขวัญ คติพจน์" มักจะเกิดควบคู่มากับการจัดตั้งโรงเรียน(ในอดีต) ส่วน "วิสัยทัศน์"  เป็นสิ่งที่สะท้อนความมุ่งมั่นในปัจจุบันหรือภาพความสำเร็จที่ต้องการให้เกิดในอนาคตอันใกล้(ซึ่งอาจปรับเปลี่ยนไปตามสถานการณ์ หรือช่วงเวลา)  อัตลักษณ์จึงควรสะท้อนให้เห็นอยู่ในปรัชญา/วิสัยทัศน์ของสถานศึกษา  ดังตัวอย่างต่อไปนี้

        ลองมาพิจารณา กรณีศึกษาโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย ต่อไปนี้
            คติพจน์ : "สุวิชาโน ภวํ โหติ" อ่านว่า "สุวิชาโน ภวัง โหติ" แปลว่า "ผู้รู้ดี เป็นผู้เจริญ" (บางผู้เชี่ยวชาญแปลว่า "ผู้เรียนรู้ได้ง่าย หรือง่ายแก่การเรียนรู้ เป็นผู้เจริญ)
            คติประจำใจ : "เป็นผู้นำ รักเพื่อน นับถือพี่ เคารพครู กตัญญูพ่อแม่ ดูแลน้อง" คือ สุภาพบุรุษสวนกุหลาบวิทยาลัย
           วิสัยทัศน์(ปัจจุบัน)..ในวิสัยทัศน์ จะเน้นการพัฒนานักเรียนให้เป็นคมที่สมบูรณ์ เป็นผู้นำ ที่ก้าวทันโลก(สู่สากล)

        อ่านปรัชญา/ปณิธาน/วิสัยทัศน์ของโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัยแล้ว ผมคิดว่า อัตลักษณ์ของโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัยน่าจะเป็นหรือน่าจะอยู่ในรายการต่อไปนี้ คือ
                 -สุภาพบุรุษสวนกุหลาบวิทยาลัย(มีคุูณลักษระย่อย ๆ หลายรายการ)  
                 -การเป็นบุคคลแห่งการเรียนรู้(มาจากคติพจน์)
                 -สมรรถนะด้านภาษาอังกฤษและ ICT เพื่อการดำเนินชีวิต(ก้าวสู่สากล)

        2) เป็นคุณลักษณะหรือสมรรถนะสำคัญ ๆ  สอดคล้องกับหลักสูตรและความคาดหวังของสังคม  ในกรณีคำถามข้างต้นที่ถามว่า "ไหว้สวย" เป็นอัตลักษณ์ได้หรือไม่ ...แน่นอน "ไหว้สวย คงไม่ได้อยู่ในปรัชญา วิสัยทัศน์ของโรงเรียน(เราคงไม่ตั้งโรงเรียนขึ้นมาเพื่อฝึกให้ไหว้สวยเป็นหลัก)...แล้ว มันเป็นตัวสำคัญ ๆ ตามหลักสูตร หรือความคาดหวังของสังคม หรือเปล่า(นี่คือสิ่งที่ต้องถาม) ซึ่งเมื่อหันไปดูหลักสูตร เราอาจตัดสินใจปรับเปลี่ยนเป็น  "รักความเป็นไทย" แทน( "รักความเป็นไทย" เป็นจุดเน้นของหลักสูตรแกนกลาง พ.ศ. 2551) หรือ เราอาจเลือก  "มารยาทไทย" ซึ่งน่าจะเป็นส่วนหนึ่งของ "รักความเป็นไทย"  ก็น่าจะได้ 

        ผมเคยเห็นโรงเรียนหนึ่งประกาศสโลแกน  "ตัวเป็นไทย ใจเป็นสากล"   "ตัวเป็นไทย" หมายถึง มีมารยาทอย่างไทย  มีน้ำใจ มีสัมมาคารวะ-อ่อนน้องถ่อมตน และ กตัญญูต่อผู้มีพระคุณ   "ใจเป็นสากล"...หมายถึง ประชาธิปไตย เคารพในสิทธิความเป็นมนุษย์ และ กล้าต่อสู้ในสิ่งที่ถูกต้อง   หลังจากเขานิยามชัดเจนแล้ว ก็ทำการส่งเสริมให้เด็กมีคุณสมบัติตามสโลแกนของโรงเรียน...ในกรณีนี้ "ตัวเป็นไทย" หรือ "บุคลิกไทย" อาจถือเป็นอัตลักษณ์ได้

        3) ต้องเป็นสิ่งที่ผู้เกี่ยวข้อง "เห็นพ้องต้องกัน" และ "เป็นที่รับทราบตรงกัน" (ผู้เกี่ยวข้องหมายถึง ครู ผู้บริหาร กรรมการสถานศึกษา เครือข่ายผู้ปกครองและชุมชน) หากกำหนดขึ้นมาโดยบุคคลหรือกลุ่มบุคคลกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง ก็ควรมีการประชาพิจารณ์เพื่อให้เห็นพ้องต้องกัน

        โดยสรุป จากคำถามในตอนเริ่มต้น ผมได้เสนอแนะแก่ทางโรงเรียนว่า น่าจะเน้นที่ "รักความเป็นไทย"  หรือ "มารยาทไทย"  ไม่น่าจะเน้นที่ "ไหว้สวย" เพียงอย่างเดียว ( "ไหว้สวย" แต่ไม่มีมารยาท  พูดจาไม่สุภาพ ก็ไม่มีความหมายกระมัง)

        หลังจากตัดสินใจเลือกหรือกำหนดคุณลักษณะหรือสมรรถนะที่เป็นอัตลักษณ์แล้ว ขั้นต่อไปก็เป็นเรื่องของการวางแผนพัฒนา(กำหนดโครงการ หรือกิจกรรมพัฒนาอย่างเป็นรูปธรรม) แล้วดำเนินการตามแผนอย่างจริงจัง มีการประเมินความสำเร็จ เป็นระยะ ๆ...แค่นี้ก็น่าจะบรรลุผลในระดับ "ดีมาก"(ระดับคุณภาพสูงสุด)  ในเรื่องอัตลักษณ์ของสถานศึกษาแล้ว

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น